สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ประวัติของสำนักงานจเรตำรวจ | ประวัติพระพุทธมหามุนีศรีจเรพิทักษ์ | แจ้งเบาะแสอบายมุข | เรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน
ประวัติสำนักงานจเรตำรวจ

      พ.ศ. 2458 การตรวจราชการของตำรวจได้ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการปรับเปลี่ยนกรมตำรวจภูธรกับกรมพลตระเวน เป็นกรมตำรวจพระนครบาลและกรมตำรวจภูธร เห็นควรจะมีพนักงานจเรสำหรับตรวจการงานในกรมนี้ จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เสนาบดีกระทรวงนครบาลตรากฎหมายเป็นข้อบังคับไว้สำหรับเจ้าพนักงานแผนกจเรตำรวจ

      ในปี พ.ศ.2461 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายพลตำรวจตรีพระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมืองดำรงตำแหน่งจเรใหญ่กรมตำรวจพระนครบาลและกรมตำรวจภูธรเป็นท่านแรก และในปี พ.ศ.2465 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาเพชรอินทรา (หวามิง) ผู้ช่วยจเรใหญ่เป็นจเรใหญ่

      ในปี พ.ศ.2466 ได้มีการจัดตั้งกรมสำรวจขึ้นโดยมีจางวางตรีพระยาอุดมพงษ์ เพ็ญสวัสดิ์ เป็นอธิบดี และให้กรมสำรวจนี้ มีหน้าที่ตรวจราชการได้ทั่วในกรุงและหัวเมือง ต่อมาในปี พ.ศ.2471 ได้ยกเลิกกรมสำรวจแล้วตั้งเป็น จเรตำรวจภูธร เพื่อให้ทำหน้าที่ในการตรวจราชการ และช่วยในการปราบปรามโจรผู้ร้ายด้วย

      การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2475 ได้มีการเปลี่ยนชื่อกรมตำรวจภูธรมาเป็นกรมตำรวจ และหน่วยงานของจเรตำรวจได้หายไป จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ.2476 กรมตำรวจได้เล็งเห็นความสำคัญของงานจเรตำรวจจึงได้มีการตั้งตำเหน่งจเรตำรวจภูธรภาคขึ้นมี 4 ภาคเรียกว่ากองจเรตำรวจภูธรภาค 1, 2, 3 และ 4 ในปี พ.ศ.2481 มีการตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง โดยให้มีจเรตำรวจขึ้นในกรมตำรวจ แต่ในปี พ.ศ.2491 ได้มีการยกเลิกจเรตำรวจ แล้วตั้งแผนกตรวจรายงานตรวจราชการขึ้นในสำนักงานเลขานุการกรม แต่ในปี พ.ศ.2493 ได้มีการตั้งเป็นกองจเรตำรวจขึ้นใหม่และได้ยกฐานะกองจเรตำรวจเป็นกองบัญชาการจเรตำรวจ ในปี พ.ศ.2495 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อกองบัญชาการจเรตำรวจ เป็นสำนักงานจเรตำรวจในปี พ.ศ.2503

      พ.ศ.2532 กรมตำรวจได้มีการกำหนดระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยกำหนดหน้าที่การงานในราชการกรมตำรวจ พ.ศ.2532 ขึ้น ทำให้สำนักงานจเรตำรวจมีการกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการเป็น 4 แผนก ต่อมามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในสำนักงานจเรตำรวจโดยแบ่งเป็น 1 ฝ่าย และ 6 ส่วนคือฝ่ายอำนวยการ ส่วนสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และส่วนตรวจราชการ 1 - 5 ในปี พ.ศ.2534

      พ.ศ. 2547 สำนักงานจเรตำรวจได้แบ่งส่วนราชการเป็น 6 กองบังคับการคือ กองบังคับการอำนวยการ และกองตรวจราชการ 1 - 5 ซึ่งแต่ละกองตรวจราชการประกอบด้วย กลุ่มงานตรวจราชการและกลุ่มงานสืบสวนสอบสวน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และได้กำหนดให้มีตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกเป็นตำแหน่งระดับเดียวกับตำแหน่ง รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

      พ.ศ. 2550 ก.ต.ช. ได้มีมติเห็นชอบกำหนดตำแหน่งผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 13 ตำแหน่ง ได้แก่ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) 1 ตำแหน่ง, จเรตำรวจ(สบ 8) 7 ตำแหน่ง, รองจเรตำรวจ(สบ 7) 2 ตำแหน่ง และผู้บังคับการประจำสำนักงานจเรตำรวจอีก 3 ตำแหน่ง และได้กำหนดเขตตรวจราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกเป็น 7 เขตตรวจ และเปลี่ยนแปลงกำหนดเขตตรวจใหม่เป็น 10 เขตตรวจ ในเดือน ธ.ค. 2550 กำหนดให้มีตำแหน่ง รองจเรตำรวจแห่งชาติ(สบ 9) เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง จเรตำรวจ(สบ 8) เพิ่ม 3 ตำแหน่ง รวมเป็น 10 ตำแหน่ง วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการปรับโครงสร้างของสำนักงานจเรตำรวจเป็นกองบังคับการอำนวยการและกองตรวจราชการ 1 – 10 แบ่งพื้นที่ และหน่วยงานให้รับผิดชอบดังนี้

- กองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบฝ่ายธุรการและกำลังพล ฝ่ายยุทธศาสตร์ ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ฝ่ายติดตามประเมินผล ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ และศูนย์จริยธรรมและจรรยาบรรณ
- กองตรวจราชการ 1 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 1, หน่วยงานและตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการลงมา ในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่ได้มอบหมายให้กองตรวจราชการใดรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ
- กองตรวจราชการ 2 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 2, กองบัญชาการศึกษา, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ, กองการต่างประเทศ, กองสารนิเทศ และสำนักงานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ
- กองตรวจราชการ 3 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
- กองตรวจราชการ 4 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 4, สำนักงานงบประมาณและการเงิน, สำนักงานตรวจสอบภายใน, สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
- กองตรวจราชการ 5 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 5, โรงพยาบาลตำรวจ, สำนักงานกำลังพล, สำนักงานส่งกำลังบำรุง และกองวินัย
- กองตรวจราชการ 6 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 6, สำนักงานกฎหมายและคดี และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
- กองตรวจราชการ 7 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 7, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และกองบินตำรวจ
- กองตรวจราชการ 8 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 8 และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- กองตรวจราชการ 9 รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- กองตรวจราชการ 10 รับผิดชอบ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยการจัดส่วนราชการดังกล่าวใช้มาจนถึงปัจจุบัน