สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ประวัติของสำนักงานจเรตำรวจ | ประวัติพระพุทธมหามุนีศรีจเรพิทักษ์ | แจ้งเบาะแสอบายมุข | เรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน
ประวัติการสร้างพระพุทธมหามุนีศรีจเรพิทักษ์

      หน่วยงานจเรตำรวจก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 นับแต่ปี พ.ศ.2458 ซึ่งในปี พ.ศ. 2558 นี้มีอายุครบ 100 ปี ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ จเรตำรวจได้มีฉันทานุมัติร่วมกันในอันที่จะจัดสร้างพระพุทธรูปประจำหน่วยขึ้น เพื่อความเป็นศิริมงคลและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แก่ข้าราชการตำรวจ และประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อราชการ พลตำรวจโท นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ(สบ 8 )(หัวหน้าจเรตำรวจ) จึงได้อนุมัติให้มีการดำเนินการโครงการจัดสร้างหอพระและพระพุทธรูปปางประทานพรไว้ประจำหน่วยพร้อมปรับปรุงพื้นที่ส่วนประกอบ “ศาลาจเรรวมใจ” ขึ้นนอกจากนี้ เพื่อให้เกิดความ สวยงาม จึงกำหนดให้มีการดำเนินการปรับภูมิทัศน์ไปในคราวเดียวกัน โดยมอบหมายให้ พลตำรวจตรี อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองจเรตำรวจ(สบ 7)เป็นหัวหน้าคณะทำงานและได้เรียนเชิญพลตำรวจตรี พจนารถ หวลมานพเป็นที่ปรึกษา ส่วนงบประมาณที่ใช้ดำเนินการได้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันสมทบทุนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,888,999 บาท

      การจัดสร้างองค์พระพุทธรูป พลตำรวจตรี พจนารถฯที่ปรึกษาคณะทำงานได้นำแผ่นยันต์ 108 นะ 108 และยันต์นวหรคุณเต็มบท 108 จบรัตนมาลา ซึ่งได้รับความเมตตาจากพระอธิการมีนา เดชธัมโม แห่งวัดบ้านโพธิ์ไทร อำเภอพิบูลย์มังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เขียนไว้เมื่อปี พ.ศ. 2552 และทำการอธิษฐานจิต จากเกจิอาจารย์ที่มีบารมีจิตสูง ทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆารวาสร่วมอธิษฐานจิตมาเป็นระยะเวลา 5 ปี เป็นชนวนในการหล่อนอกจากนั้นยังประกอบด้วยชนวนแผ่นยันต์ ที่ข้าราชการตำรวจในสำนักงานจเรตำรวจ ได้นำไปให้พระเกจิอาจารย์ ตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศช่วยเขียนให้ มาร่วมเป็นชนวนหล่อด้วยอีกส่วนหนึ่งโดยประกอบพิธีหล่อที่โรงหล่อ พุทธประสิทธิ์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2558 เมื่อได้เวลาตามฤกษ์ 13.39 น. ประธานในพิธี พลตำรวจเอก ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ(สบ 8)(หัวหน้าจเรตำรวจ) ได้นำแผ่นยันต์ดวงประสูติดวงตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้าหย่อนลงใน เบ้าหลอม และทำพิธีเททอง หลังจากดำเนินการจัดสร้างองค์พระเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากการตรวจสอบของอาจารย์ที่มีบารมีจิตสูงปรากฏว่ามีพุทธคุณเต็มเปี่ยม ต่อมาได้นำไปตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายรังสีออร่า ปรากฏว่ามีรังสีที่แผ่ออกจากองค์พระพุทธรูปเป็นแสงสีต่างๆ จำนวนมาก และเมื่อให้ผู้ที่มีความชำนาญในการอ่านความหมายของรังสีได้รับการจดบันทึกเกี่ยวกับองค์พระพุทธรูปไว้ว่า พลังล้ำเลิศในปฐพี เสริมพลังชีวิต มหาโชค มหาลาภ บารมีธรรมเต็มกำลัง แก้อาถรรพ์มนต์ดำ พลังคุ้มครองครอบจักรวาล 108 สุดยอดในปฐพีดีที่สุด ในส่วนพระนามขององค์พระพุทธรูป ได้รับความกรุณาจาก ดร.เสนาะ ผดุงฉัตร ( เปรียญธรรม 9ประโยค )อาจารย์มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เฉลิมพระนามว่า “พระพุทธมหามุนีศรีจเรพิทักษ์”

      ส่วนการจัดสร้างหอประดิษฐาน และอาคารศาลาจเรรวมใจ คณะทำงานมอบหมายให้ พันตำรวจเอก ไพศาล พฤกษจำรูญ รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 1 เป็นผู้ดำเนินการ และบริษัท สวนนงนุช ได้นำต้นไม้ มาร่วมปรับภูมิทัศน์ ตกแต่งให้เกิดความสวยงามโดยรอบบริเวณในการสร้างหอประดิษฐานนั้น พันตำรวจเอก มงคล เกตุพันธ์ ได้นำไม้มงคลมาปักไว้ที่ฐานเสาทุกต้น ส่วนแท่นประดิษฐานขององค์พระได้นำแผ่นยันต์สร้างอุโบสถของหลวงพ่อเนื่อง แห่งวัดจุฬามณีมาวางไว้ใต้ฐาน และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2558เวลา 09.19 น. พลตำรวจเอก ชนินทร์ ปรีชาหาญ จเรตำรวจแห่งชาติเป็นประธานในพิธี พลตำรวจโท นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ(สบ 8)(หัวหน้าจเรตำรวจ) พลตำรวจโท พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ จเรตำรวจ(สบ 8)พลตำรวจโท สันติ มะลิขาวจเรตำรวจ(สบ 8)พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสำนักงานจเรตำรวจ ผู้แทนสำนักงานตรวจสอบภายใน ผู้แทนกองบินตำรวจ และที่ปรึกษาจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหามุนีศรีจเรพิทักษ์ขึ้นประดิษฐาน ณหอประดิษฐานหน้าอาคารสำนักงานจเรตำรวจ โดยมีพระราชครูสิวาจารย์ (พราหมถาวร พวังคนังค์) เป็นผู้ประกอบพิธี

                  สำนักงานจเรตำรวจ 30 สิงหาคม 2558